หุ้นกู้ของโครงการได้รับ การจัดอันดับความน่าเชื่อถือในระดับสูงสุดและได้รับรางวัลทั้งในประเทศและระดับสากลมากถึง ๗ รางวัล

ทำให้ได้รับรางวัลด้านการบริหารมากมาย

     การระดมทุนก่อสร้างศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐ ด้วยการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ นับเป็นการเปิดมิติใหม่ทางด้านการเงินสำหรับการลงทุนโครงการภาครัฐขนาดใหญ่ระดับหมื่นล้าน ที่ไม่สร้างภาระต่องบประมาณในทันที ไม่ต้องกู้เงินต่างประเทศ และไม่เป็นหนี้สาธารณะ หุ้นกู้ของโครงการได้รับ การจัดอันดับความน่าเชื่อถือในระดับสูงสุดและได้รับรางวัลทั้งในประเทศและระดับสากลมากถึง ๗ รางวัล นับเป็นความภาคภูมิใจของ ธพส. รวมถึงทุกฝ่ายที่มีส่วนร่วมเป็นพลังสนับสนุน อีกทั้งเป็นตัวอย่างสำหรับโครงการขนาดใหญ่ ทั้งของภาครัฐและภาคเอกชนในอนาคต

     คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในหลักการเกี่ยวกับ โครงการศูนย์ราชการฯ เมื่อวันที่ ๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ โดย ให้กรมธนารักษ์สำรวจความต้องการของหน่วยงานต่างๆ และ เป็นศูนย์กลางรวบรวม พร้อมทั้งเสนอขออนุมัติงบประมาณ ก่อสร้างแทนทุกหน่วยงาน โดยในส่วนของรูปแบบและลักษณะ ของอาคารที่จะก่อสร้างให้ยึดหลักความจำเป็น เหมาะสม เกิดประโยชน์สูงสุด ใช้งบประมาณค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด และ ควรให้ความสำคัญกับการออกแบบอาคารที่สามารถประหยัด พลังงานด้วยเพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีต่อไป

     วันที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๔๖ คณะกรรมการอำนวยการ จัดระบบศูนย์ราชการ (กศร.) จึงมีนโยบาย ๒ ข้อ คือ ๑. ไม่ใช้ งบประมาณแผ่นดินในการก่อสร้างและไม่กู้เงิน และ ๒. ต้องเป็น อาคารประหยัดพลังงาน

พระราชกำหนดนิติบุคคลเฉพาะกิจเพื่อการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๔๐
     การแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ หมายความว่า การรับโอนสินทรัพย์และการออกหลักทรัพย์จำหน่ายแก่ผู้ลงทุน โดยกำหนดให้ผลประโยชน์ตอบแทนแก่ผู้ถือหลักทรัพย์ ขึ้นอยู่กับกระแสรายรับที่เกิดจากสินทรัพย์ที่รับโอนมา
     สินทรัพย์ หมายความว่า สิทธิเรียกร้องหรือสิทธิอื่นใดที่ก่อให้เกิดกระแสรายรับขึ้นในอนาคตไม่ว่ารายรับนั้นจะมีความแน่นอนหรือไม่ก็ตาม เช่น สัญญาให้กู้ยืมเพื่อที่อยู่อาศัย หรือสิทธิตามสัมปทานสร้างถนนเก็บค่าผ่านทาง
     โดยทั่วไปการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ (Securitization) หมายถึงกระบวนการนำสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องต่ำมาจัดรวบรวมเป็นกองสินทรัพย์และโอนให้นิติบุคคลเฉพาะกิจ (Special Purpose Vehicle: SPV) แล้วนิติบุคคลเฉพาะกิจจะแปลงสภาพกองสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ออกขาย ให้กับนักลงทุน เพื่อระดมทุนมาใช้จ่ายในโครงการ

     ประโยชน์จากแนวทางนี้ คือ ไม่ใช้งบประมาณ แผ่นดินในการก่อสร้างและไม่สร้างภาระหนี้ต่องบประมาณ ในทันที เพราะรัฐบาลไม่ต้องตั้งงบประมาณครั้งเดียวจำนวน ๑๙,๐๑๖ ล้านบาท แต่ใช้วิธีการตั้งงบประมาณผูกพันข้ามปี เป็นระยะเวลา ๓๐ ปี เป็นค่าเงินต้นและดอกเบี้ยในช่วงเวลา ๓๐ ปี รวมประมาณ ๘๒,๑๑๔ ล้านบาท ซึ่งเงินจำนวนนี้ ส่วนใหญ่มาจากเงินที่รัฐบาลต้องใช้จ่ายอยู่แล้ว คือในขณะนั้น รัฐบาลต้องตั้งงบประมาณรายปี ปีละประมาณ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ให้แก่หน่วยงานราชการบางส่วนเพื่อนำไปจ่ายเป็น ค่าเช่าพื้นที่อาคารของเอกชน และประมาณการว่าจะเพิ่ม มากขึ้นอีกในอนาคต นอกจากนั้นการแปลงค่าเช่าในอนาคต ให้เป็นเงินลงทุนศูนย์ราชการฯ ทำให้เมื่อครบสัญญาเช่า หรือเมื่อชำระหนี้หมดใน ๓๐ ปี รัฐบาลไม่ต้องมีภาระในการ จ่ายค่าเช่าพื้นที่ให้เอกชนต่อไป และกรรมสิทธิ์ในอาคารใหม่ ตกเป็นของกระทรวงการคลัง

     ข้อดีต่อมาคือ ไม่เป็นหนี้สาธารณะ เพราะนิติบุคคล เฉพาะกิจที่จะจัดตั้งขึ้นไม่มีสถานะเป็นหน่วยงานของรัฐหรือ รัฐวิสาหกิจ ดังนั้นในการออกหุ้นกู้เพื่อระดมทุน จึงไม่ถือ เป็นการก่อหนี้โดยตรงของรัฐ หรือการก่อหนี้ของรัฐวิสาหกิจ ที่มีรัฐบาลเป็นผู้ค้ำประกัน จึงไม่จัดเป็นหนี้สาธารณะตามนิยาม ของพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘

พระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘

     มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้ “หนี้สาธารณะ” หมายความว่า หนี้ที่กระทรวงการคลัง หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจกู้ หรือหนี้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกัน แต่ไม่รวมถึงหนี้ของรัฐวิสาหกิจที่ทำธุรกิจให้กู้ยืมเงินโดยกระทรวงการคลังมิได้ค้ำประกัน

     ในสมัยที่ ดร. ฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (เดือนมีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ - เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๑) ได้ตั้งข้อสังเกตว่า ควรจะนำหนี้ที่ได้จากการระดมทุนในโครงการศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ รวมเป็นหนี้สาธารณะหรือไม่ เพราะถือเป็น ความเสี่ยงต่อภาระการคลังในอนาคต (Contingent Liability) ในภายหลังจึงได้มีการระบุหนี้ที่เป็นภาระของรัฐบาลว่า นอกเหนือจากหนี้สาธารณะแล้ว ยังมีหนี้อื่นๆ โดยยกตัวอย่างหนี้ของโครงการศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ

            Budget mobilization for the construction of the GCP through securitization has been established as a new dimension in mega project financing. The method generates no immediate need for a fiscal budget, no need to arrange foreign loan and does not create public debt. GCP bonds have the highest rating and have received seven national and international awards. This is a source of great pride for all parties concerned because, as a government mega project, it serves as a role model for future projects in the public and private sector.

            The Cabinet agreed in principle and on 8th October 2002, assigned the Treasury Department to carry out surveys and proposals for a construction budget on behalf of all agencies based on priorities, necessities, ultimate benefits and cost efficiency. In addition, the Government Complex would have to be a model energy-efficient building.

            On 24th July 2003, the Organizing Committee for the Management of the Government Complex imposed two major conditions: the project would not reply on state budget or any loan; and the Government Complex would be an energy-efficient building. These conditions necessitated a new approach to fund mobilization.

Emergency Decree on Special Purpose Vehicle for Securitization, B.E. 2540 (1997)

            Securitization is the process by which certain types of asset are pooled so that they can be repackaged into interest-bearing securities. The interest and principal payments from the assets are passed on to the purchasers of the securities.

            Asset, such as residential lease contracts or concession rights from the construction of roads, provide future revenue.

            Generally speaking, securitization is the process of taking an illiquid asset, or group of assets, and through financial engineering, transforming them into a security through the SPV.

            The advantages of the method were that there would be no government budget and no debt burden on the fiscal budget because the government did not have to disburse the lump sum of 19,016 million baht, it merely had to approve the obligated budget for 30 years capital and interest during the designated period totaling 82,114 million baht. Approximately 1,000 million baht was going to be paid by public agencies as rent to private office building owners, the amount tending to rise year on year. By securitizing money for the complex, the government did not have to maintain a yearly budget for rents and the Ministry of Finance had ownership of the Government Complex.

            The other advantage was that there was no debt burden. The appointed SPV was not for a specific government agency or state enterprise. The issuance of debentures caused no direct public debt to the government nor was it linked to state-enterprise-incurred debt from government loans. It was not a public debt according to the Public Debt Management Act, B.E. 2548 (2005).

Public Debt Management Act, B.E. 2548 (2005)

            In this Act public debtmeans any debt incurred by the Ministry of Finance, a state agency or state enterprise through the raising or the guaranteeing of loans by the Ministry of Finance, but not including any debt incurred by a state enterprise that undertakes money lending such debt is not guaranteed by the Ministry of Finance.

            Dr. Chalongphob Susangkarn, the then Minister of Finance (March 2007 to February 2008), asked whether the mobilized budget from the Government Complex should be included as a public debt or otherwise, since it risked being a contingent liability in the future. Subsequently, government liabilities were defined as public debt and others; debt from the government complex project is one of them.

 

 


สงวนลิขสิทธิ์ โดย บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด
เลขที่ ๑๒๐ ชั้น ๑ อาคารศูนย์ประชุมวายุภักษ์ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐ ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร ๑๐๒๑๐ โทรศัพท์ ๐๒-๑๔๒-๒๒๒๒